“ผู้ติดต่อฉุกเฉิน” คืออะไร
“ผู้ติดต่อฉุกเฉิน” หมายถึง บุคคลที่จะได้รับการติดต่อไป ในกรณีที่ไม่สามารถติดต่อเจ้าตัวได้ โดยเฉพาะในกรณีฉุกเฉิน
หรือเกิดเหตุอะไรขึ้นมาในระหว่างการเช่าห้อง แต่ก่อนมักจะมีปัญหาเรื่องการติดต่อสื่อสารต่างๆ
แต่ในปัจจุบันที่การสื่อสารได้เจริญก้าวหน้าขึ้นมาก
ทำให้ส่วนใหญ่บริษัทที่ดูแลห้องก็จะติดต่อกับผู้เช่าโดยตรงได้โดยไม่ต้องรบกวนผู้ติดต่อฉุกเฉิน

หยุดเข้าใจผิด! “ผู้ติดต่อฉุกเฉิน” ไม่ใช่ผู้ค้ำประกัน
“ผู้ค้ำประกัน” หมายถึงบุคคลที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการชำระหนี้หรือค่าเช่าที่ค้างชำระกรณีที่ผู้เช่าไม่สามารถชำระค่าเช่าได้ ซึ่งปัจจุบันในญี่ปุ่นนิยมใช้บริการบริษัทค้ำประกันแทนการให้บุคคลมาเซ็นค้ำประกันให้เหมือนอดีตแต่อาจมีบางห้องที่เจ้าของยังคงบังคับให้มีผู้ค้ำอยู่
ดังนั้น “ผู้ค้ำประกัน” กับ “ผู้ติดต่อฉุกเฉิน” จึงมีหน้าที่และความรับผิดชอบต่างกัน “ผู้ติดต่อฉุกเฉิน” ไม่มีหน้าที่หรือความรับผิดชอบในการชดใช้หนี้หรือค่าใช้จ่ายที่ค้างชำระของผู้เช่า โดยเจ้าของและบริษัทที่ดูแลห้องไม่มีสิทธิ์ทวงหนี้จากผู้ติดต่อฉุกเฉินเช่นกัน และแม้แต่กรณีที่ผู้ติดต่อฉุกเฉินได้รับการติดต่อจากบริษัทค้ำประกันเพื่อสอบถามถึงผู้เช่ากรณีที่มีหนี้ที่ค้างชำระ ผู้ติดต่อฉุกเฉินก็ไม่มีหน้าที่ในการชดใช้หนี้แต่อย่างใด
กล่าวง่าย ๆ คือ “ผู้ติดต่อฉุกเฉิน” เป็นเพียงผู้ที่บริษัทค้ำประกัน/บริษัทดูแลห้อง/เจ้าของจะติดต่อไปในกรณีที่ไม่สามารถติดต่อผู้เช่าได้เท่านั้น
บริษัทค้ำประกันจะติดต่อผู้ติดต่อฉุกเฉินเมื่อใดบ้าง?
ถึงจะเรียกว่า “ผู้ติดต่อฉุกเฉิน” แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะติดต่อไปหาบ่อยครั้ง เช่น กรณีที่ผู้เช่าไม่ได้รับสายในเวลางาน ผู้ติดต่อก็มักจะติดต่อไปเวลาอื่นแทนโดยจะไม่ได้ติดต่อไปที่ผู้ติดต่อฉุกเฉินโดยทันที กรณีที่จะติดต่อ “ผู้ติดต่อฉุกเฉิน” ตัวอย่างเช่นกรณีดังต่อไปนี้
- กรณีที่ได้โทรสอบถามเรื่องการต่อสัญญา หรือทวงหนี้ที่ค้างชำระหลายรอบแล้ว แต่กลับไม่สามารถติดต่อผู้เช่าได้
บางครั้งที่บริษัทค้ำประกัน/เจ้าของห้องติดต่อผู้เช่าไปหลายครั้งแต่ไม่มีการติดต่อกลับ บริษัทดูแลห้องอาจต้องติดต่อไปแจ้งผ่านผู้ติดต่อฉุกเฉินแทนเพื่อแจ้งข้อมูลหรือแจ้งให้ผู้เช่ารีบติดต่อกลับ รวมไปถึงกรณีที่ใกล้สิ้นสุดสัญญาเช่าแต่ยังไม่ได้รับการแจ้งจากผู้เช่าว่าต้องการต่อสัญญาหรือยกเลิกสัญญา ก็อาจเป็นอีกกรณีที่ผู้ดูแลจำเป็นต้องติดต่อไปหาผู้ติดต่อฉุกเฉินแทน
- กรณีฉุกเฉิน รอการติดต่อกลับจากผู้เช่าไม่ได้
ตัวอย่างกรณีฉุกเฉิน เช่น เกิดเหตุอัคคีภัยหรือภัยธรรมชาติ หรือเกิดข้อสงสัย/เหตุร้ายแรง เช่น การเสียชีวิต หรือการหายตัวไปของผู้เช่า บริษัทดูแลห้อง/เจ้าของจึงต้องการติดต่อผู้เช่าให้ได้เร็วที่สุด ดังนั้นหากติดต่อผู้เช่าไม่ได้ก็จำเป็นที่จะต้องติดต่อไปหาผู้ติดต่อฉุกเฉินโดยเร็วที่สุด

ควรให้ใครเป็นผู้ติดต่อฉุกเฉิน
โดยทั่วไปแล้ว ในกรณีของคนญี่ปุ่นเองทางบริษัทค้ำประกันและบริษัทดูแลห้องมักจะขอข้อมูลของคนที่มีความสัมพันธ์เป็นคนในครอบครัวของผู้เช่าเองแต่ในกรณีของชาวต่างชาตินั้น การติดต่อหาครอบครัวของผู้เช่าถือเป็นเรื่องที่ลำบากเนื่องจากปัญหาของภาษาที่ใช้สื่อสารดังนั้นเขามักจะขอเป็นข้อมูลของคนรู้จักที่เป็นคนญี่ปุ่นหรือสามารถสื่อสารภาษาญี่ปุ่นได้ โดยทั่วไปจึงแนะนำให้ใช้ข้อมูลของเพื่อน/คนรู้จัก/คนในบริษัทเดียวกันในการกรอกข้อมูล
ในการตรวจสอบผู้เช่า มักจะติดต่อผู้ติดต่อฉุกเฉินด้วย?
ในขั้นตอนการตรวจสอบผู้เช่า อาจมีการติดต่อไปตรวจสอบข้อมูลของผู้ติดต่อฉุกเฉินด้วยเพื่อยืนยันความสัมพันธ์กับผู้เช่าและรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับช่องทางการติดต่อของผู้ติดต่อฉุกเฉินเอง ดังนั้น ในใบจองห้องเช่าจึงมักจะมีช่องว่างให้กรอกข้อมูลของผู้ติดต่อฉุกเฉินดังต่อไปนี้
・ชื่อ
・ที่อยู่
・อายุ
・เบอร์โทรศัพท์
・ความสัมพันธ์กับผู้เช่า


