ตู้รับพัสดุ ส่งเมื่อไหร่ก็สะดวก
ตัวช่วยรับพัสดุที่สะดวกและปลอดภัยในชีวิตคนญี่ปุ่น
ในปัจจุบัน การสั่งซื้อของออนไลน์กลายเป็นเรื่องปกติ ทำให้ 宅配ボックス (Takuhaibox / กล่องรับพัสดุ) กลายเป็นอุปกรณ์สำคัญที่พบได้บ่อยในอพาร์ตเมนต์และคอนโดในญี่ปุ่น โดยเฉพาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยอยู่บ้านในช่วงกลางวัน
บทความนี้จะพาคุณมาทำความรู้จักกับ宅配ボックス ว่าคืออะไร มีข้อดีอย่างไร และควรใช้อย่างไรให้ถูกต้อง
📦 宅配ボックス คืออะไร?
宅配ボックス คือ กล่องสำหรับรับพัสดุอัตโนมัติ ที่ช่วยให้บริษัทขนส่งสามารถฝากของไว้ได้ แม้ผู้พักอาศัยไม่อยู่บ้าน เมื่อพัสดุถูกฝากไว้ กล่องจะถูกล็อกด้วยรหัสหรือระบบคีย์การ์ด ผู้พักอาศัยสามารถมาเปิดรับของได้ภายหลัง
✅ ข้อดีของ宅配ボックス
1. ไม่ต้องรอรับของที่บ้าน
ไม่จำเป็นต้องปรับตารางชีวิตเพื่อรอพัสดุ สามารถออกไปทำงานหรือธุระได้ตามปกติ
2. ลดปัญหาการนัดส่งซ้ำ
ไม่ต้องติดต่อบริษัทขนส่งเพื่อนัดส่งใหม่ ช่วยประหยัดเวลาและลดความยุ่งยาก
3. ปลอดภัยกว่าการวางของหน้าห้อง
พัสดุถูกล็อกไว้ในกล่อง ลดความเสี่ยงจากการสูญหายหรือการขโมย
4. เหมาะกับสายช้อปออนไลน์
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่สั่งซื้อของจาก Amazon, Rakuten หรือร้านค้าออนไลน์อื่น ๆ เป็นประจำ

ที่มารูปภาพ https://www.homes.co.jp/cont/rent/rent_00523/
🧰 ประเภทของ宅配ボックス
- แบบหมุนรหัส (Dial Lock) ใช้งานง่าย ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า
-
แบบคีย์การ์ด ใช้ร่วมกับระบบเข้าอาคาร
-
แบบดิจิทัล/สมาร์ต มีหน้าจอหรือเชื่อมกับสมาร์ตโฟน
แต่ละอาคารอาจใช้ระบบแตกต่างกัน สามารถเช็คจากสถานที่จริงก่อนเข้าอยู่ได้

ที่มารูปภาพ https://www.homes.co.jp/cont/rent/rent_00523/
แนะนำห้องแบบที่มีตู้รับพัสดุสำหรับใครบ้าง
- พนักงานออฟฟิศที่ไม่อยู่บ้านตอนกลางวัน
-
นักเรียน นักศึกษา และชาวต่างชาติในญี่ปุ่น
-
ครอบครัวที่ทำงานทั้งสองคน
-
ผู้ที่ชอบสั่งของออนไลน์บ่อย ๆ
ปัจจุบัน หลายคนใช้ “มี宅配ボックスหรือไม่” เป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญในการเลือกที่พัก

ที่มารูปภาพ https://www.homes.co.jp/cont/rent/rent_00523/
ตู้ไม่เปิด อาจเป็นเพราะ…
- ผู้ส่งของตั้งใจจะเซทรหัสหนึ่ง แต่มือดันไปกดโดนปุ่มเลขอื่นโดยไม่ตั้งใจ
เช่น เขาจะเซทรหัส 3333 แต่นิ้วดันไปกดโดน 3334 เป็นต้น เพราะฉะนั้นถ้ากดเลขเดิมแต่เปิดไม่ออก แนะนำให้ลองปรับเลขใกล้เคียง
- เลขรหัสถูกแต่ดันใส่ผิดตู้
แนะนำว่าถ้าเปิดไม่ออก ก็อาจจะต้องลองใส่รหัสตู้อื่นดูเผื่อในกรณีที่เขาเขียนหมายเลขตู้รับพัสดุผิด
- ทำอย่างไรก็เปิดไม่ได้
เหลือหนทางสุดท้ายก็คือจะต้องติดต่อบริษัทที่ดูแลห้อง/คนที่ดูแลตึก ให้เขานำแม่กุญแจมาไขเปิดตู้ให้ ซึ่งวิธีนี้อาจจะต้องใช้เวลา 2-3 วันก็เป็นได้
รายการบทความใหม่
ต้องการหาที่พักในญี่ปุ่น ปรึกษาเราได้เลย!
