fbpx

บทสัมภาษณ์คุณปอน ( WATCHARA KHOKAPUN )

บทสัมภาษณ์คนไทยในญี่ปุ่นท่านที่สอง เป็นบุคคลที่นากาโอกะเซนเซย์และภรรยาแนะนำมาให้กับเรา คนไทยที่มาเปิดบริษัทในญี่ปุ่น บริษัทชื่อ REALCRO เรามาทำความรู้จักและรับฟังประสบการณ์เกี่ยวกับการเปิดบริษัทในญี่ปุ่นกันเลยค่ะ

อะไรที่จะเจอก็คิดว่ามันคือการผจญภัย นั่นคือประสบการณ์

– WATCHARA KHOKAPUN (PON)

บทสัมภาษณ์

แนะนำบริษัทของคุณปอนให้ฟังหน่อยค่ะ

คุณปอน :
REALCRO เกิดมาจาก 3 คน ก็มีเราเป็นคนไทย กับ Adrien เป็นคนฝรั่งเศษ แล้วก็ Julio เป็นคนอเมริกัน เราเป็นเพื่อนในโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น เจอกันที่ญี่ปุ่นเลยในเมืองฟุจิซาว่า คานาคาวะ

จากตอนนั้นประมาณเท่าไหร่คะ?

คุณปอน :
ตอนนั้นก็ประมาณ 5 ปีที่แล้ว คือต่างคนต่างเพิ่งมาญี่ปุ่นเลย แล้วก็ที่อำเภอจะมีสอนภาษาฟรีทุกวันอาทิตย์ จะเป็นเหมือนมีอาสาสมัครมาสอนภาษาญี่ปุ่นให้

เรามาด้วยจุดประสงค์อะไรเหรอคะ?

คุณปอน :
มาเพราะว่าเราจะมาเปิดสาขาที่นี่เกี่ยวกับธุรกิจภาพยนต์ ย้อนไปอีกหน่อยก็คือ ตอนอยู่ไทยเราทำธุรกิจเกี่ยวกับการทำโฆษณาต่างประเทศ คือรับถ่ายทำภาพยนต์ เป็นบริษัทของครอบครัวทำกับพี่ชายสองคน เลยมาญี่ปุ่นเพื่อมาเปิดสาขาในญี่ปุ่น แล้วทำได้ประมาณ 2 ปี เราก็เริ่มรู้สึกเบื่อในธุรกิจนี้ ด้วยสภาพแวดล้อมแล้วเราก็ยังไม่ได้ภาษาดีนัก ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่ได้ดีเท่าไหร่ (หัวเราะ) แล้วก็การทำงานกับคนญี่ปุ่นก็ค่อนข้างยาก เกี่ยวกับธุรกิจถ่ายทำภาพยนต์นี้นะ ก็เลยรู้สึกเฟดตัวเองลงแล้วก็ลาออกจากบริษัทตัวเอง

ทั้งๆ ที่ตัวเองก็เป็นเจ้าของ?

คุณปอน :
ใช่ (หัวเราะ)

แสดงว่าตอนนี้ก็เป็นบริษัทของตัวเอง แล้วที่ไทยพี่ก็ยังดูอยู่ใช่ไหมคะ?

คุณปอน :
ใช่ครับ ซึ่งง่ายๆ ก็คือลาออกจากบริษัทพี่ชายนั่นแหละครับ ก็คือแยกออกมาทำเอง แล้วก็ระหว่างที่จะหมดหน้าที่จากบริษัทเดิม เราก็ได้เจอกับเพื่อนในคลาสเรียนภาษาญี่ปุ่นเนี่ยแหละครับ ซึ่งทุกคนต่างก็มีงานทำอยู่แล้ว พอเจอกันระหว่างนั้นเราก็มีโปรเจ็กต์กันเล่นๆ คือการสร้างแอปพลิเคชันอันนึง ซึ่งเป็นการระดมไอเดียกันเฉยๆ แล้วก็วันนึง Adrien ก็ไปเจอทางอินเตอร์เน็ตว่ามีการประกวดเกิดขึ้นในญี่ปุ่น เราสามคนก็เลยไปประกวดกัน ซึ่งตอนนั้นเราก็ทำงานอยู่ในครัวนะ จากที่เป็นเจ้าของบริษัทเกี่ยวกับการถ่ายทำโฆษณา เราก็หาว่าเราต้องการอะไร อยากทำอะไร บังเอิญช่วงนั้นมีเพื่อนชวนเรามาทำร้านอาหาร ซึ่งเราก็เป็นคนชอบทำอาหารด้วย เลยอยากทำร้านอาหาร เราก็เลยอยากรู้ว่าการทำร้านอาหารมันต้องทำอะไรบ้าง ก็เลยไปสมัครแล้วได้เป็นพ่อครัว ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามาเป็นได้ยังไง (หัวเราะ) ทำเป็นงานพิเศษ ซึ่งเราก็ลองทำอยู่ประมาณสามเดือน และในระหว่างสามเดือนที่เราเป็นพ่อครัวอยู่เนี่ยเราก็ทำโปรเจ็กต์ประกวดสร้างแอปพลิเคชันกับเพื่อนสามคนนี้ไปด้วย ปรากฎว่าชนะได้อันดับที่ 1 แอปนี้จริงๆ เป็นการแข่งขันกันเรื่องทางวิทยาศาสตร์ บางคนก็ทำเกี่ยวกับเทคโนโลยีของโดรน เรื่องเกี่ยวกับไฟไหม้อะไรแบบนี้ ซึ่งของเราเป็นแอปเกี่ยวกับทรัพย์สินบนอินเตอร์เน็ต รวมอยู่ในแอปนี้

ชื่อแอปว่าอะไรเหรอคะ?

คุณปอน :
Remindheir คอนเซ็ปของแอปก็คือ ถ้าคุณตายไปเนี่ย asset ในอินเตอร์เน็ตทุกอย่างจะส่งต่อไปยังลูกหลานของคุณเหมือนเป็นมรดก อย่างเงินใน paypal หรือ bitcoin หรือจะเป็นรูปหรือวิดีโอ สมมุติว่าครอบครัวเมื่อบิดาเสียชีวิต หลังจากนั้นลูกแต่งงาน อาจจะมีวิดีโออวยพรจากคุณพ่อโผล่มา คือทุกอย่างที่ยูสเซอร์แพลนไว้ก่อนตายว่าต้องทำอะไรไว้บ้าง พูดง่ายๆ ก็คือเป็นแอปสิ่งที่ทำก่อนตาย ทุกอย่างจะเก็บไว้ในนี้หมด เป็นมรดกทางอินเตอร์เน็ตทุกอย่าง
แอปตัวนี้ก็ได้ที่ 1 ในญี่ปุ่น สุดท้ายได้ไปประกวดที่ European innovation day 2017 แล้วประกวดต่อที่ฝรั่งเศษ โดยจะคัดเลือกจากทั่วโลกเหลือ 500 ทีม ซึ่งเราไม่ผ่านเข้ารอบ 500 ทีม สุดท้ายเราก็มาคุยกันว่าจะต้องต่อยอดแอปนี้ให้ได้ เราต้องทำให้มันเกิดขึ้นให้ได้ Adrien ก็เลยพยายามหาผู้ลงทุนมาให้ ซึ่งก็ยังไม่มีคนร่วมลงทุน สุดท้าย เราก็มาคุยกันว่าเรามาเปิดบริษัทกันดีกว่า เพื่อหาเงินทุนมาทำแอปตัวนี้ ซึ่งตัวผมเองก็มีบริษัทที่จดทะเบียนที่ญี่ปุ่นอยู่ ก็เป็นบริษัทที่ทำกับพี่เนี่ยแหละครับ ก็เลยไปปลุกบริษัทขึ้นมาใหม่แล้วตั้งชื่อว่า REALCRO

ชื่อ REALCRO ก็มาจาก REAL + Create Reciprocal Opportunities ซึ่งคำว่า CRO ภาษาญี่ปุ่นแปลว่าสีดำ (คุโระ) เราก็รู้สึกว่าเราเป็นแกะดำในประเทศญี่ปุ่นนี้ ก็คือเราเป็นคนต่างชาติกันหมดเลย (หัวเราะ) มันก็เลยมีกิมมิคอยู่ในชื่อ แล้วโลโก้เราก็เป็นสีเหลี่ยม ตรงนี้ก็จะสื่อถึงป้ายแสดงเที่ยวบินในสนามบิน ที่เราจะพาคนไปยังจุดหมายต่างๆ ตรงกับคอนเซปต์ของบริษัทเรา ก็คือเราทำบริการอะไรให้คุณ มันไม่ใช่ว่าเอาโปรเจ็กต์มาทำแล้วรับเงิน แฮปปี้จบ ไม่ใช่ คอนเซปต์เราคือถ้าสินค้าคุณประสบความสำเร็จ เราก็สำเร็จไปด้วย ไม่ใช่แค่มอบหมายงานเสร็จแล้วจบ เราจะดูแลลูกค้าเราแบบนี้

ผู้ก่อตั้งบริษัท REALCRO

เราใช้เวลา 1 ปีในการสร้างบริษัท ตอนนั้นเราก็ออกจากงานในครัว Adrien ก็ลาออกจากบริษัทที่ทำอยู่ ทุบหม้อข้าวสร้างบริษัทขึ้นมา ตอนนั้นคือปี 2017 เรื่องตลกคือเราก็มีคนรู้จักคนนึง เค้าบอกว่าลูกเค้าอยากฝึกงาน ขอมาทำกับเราได้ไหม เราก็ตกลง ซึ่งเค้าอยู่เชียงใหม่ มีสามีเป็นคนญี่ปุ่น ลูกเค้าก็เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น พูดภาษาญี่ปุ่นได้ อยากมาฝึกงานที่ญี่ปุ่นเลยบินมาทำงานกับเรา ฝึกงาน ซึ่งตอนนั้นบริษัทยังใช้ share space ฟรีอยู่ที่มารุโนะอุจิ

มีพื้นที่ให้ใช้ด้วยเหรอคะ?

คุณปอน :
ใช่ๆ ฟรีเลย มันจะมีอยู่สองที่คือ มารุโนะอุจิ กับ Yahoo Lodge ซึ่งเราใช้ที่มารุโนะอุจิ ที่ฟรีเพราะว่ารัฐบาลสนับสนุนสำหรับสตาร์ทอัพให้ใช้ฟรี

ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ จะเข้าไปใช้ได้ฟรีเลยใช่ไหมคะ เราต้องเป็นสตาร์ทอัพก่อน?

คุณปอน 
ใช่ๆ คือเราต้องเป็นสตาร์ทอัพแล้วลงทะเบียน ไม่ยุ่งยากนะ ลงทะเบียนง่ายๆ แล้วก็ใช้ได้เลย แต่ทุกครั้งที่ใช้เราก็ต้องจดชื่อเบอร์ติดต่อทุกครั้ง ทีนี้เราก็มีเด็กฝึกงานคนแรกเข้ามา ซึ่งก็คือพนักงานคนแรกชื่อมาริสา โทโดโรกิ ตอนนั้นเค้าฝึกงานเสร็จแล้วก็กลับไปที่ไทย เพราะช่วงนั้นหลังจาก 1 ปีแล้วบริษัทดีขึ้นมาก มีคนรู้จักมากขึ้น มีลูกค้ามากขึ้น เราก็เริ่มรู้ว่างานเริ่มหนักทำกันสามคนไม่ทัน เราก็เลยต้องหาตำแหน่งดีไซน์เพิ่ม ก็เลยเป็นเค้า เพราะเค้าก็ได้ภาษาญี่ปุ่นด้วย ก็เลยทำงานจนถึงทุกวันนี้ แล้วคนอื่นก็ตามมาเรื่อยๆ นี่ก็เป็นที่มาของ REALCRO ซึ่งก็น่าจะเป็นที่เดียวที่คนไทยเป็นเจ้าของทำงานเกี่ยวกับเอเจนซี่ในญี่ปุ่น

พนักงานคนแรกของ REALCRO

งานแรกที่เราได้มาเลยก็มาจากคอนเนคชั่นจากเมืองไทย ก็คือ SONY เราถ่ายทำกับคุณรุจเดอะสตาร์และคุณโดนัทครับ เป็นการถ่ายทำโฆษณากล้องโซนี่ ถ่ายทำที่ญี่ปุ่นเพื่อใช้โปรโมทในไทย

ถ่ายทำที่ฮอกไกโด ใช้เวลาประมาณ 5 วัน ตากล้องชื่อพี่หญิง ดังมากครับถ้าเราอยู่ในวงการโฆษณา ถ่ายหนังเยอะมาก ถ่ายของ GDH หลายเรื่อง อย่างเรื่องฮาวทูทิ้งแกก็ถ่าย แล้วฮาวทูทิ้งเนี่ย คนทำเพลงหรือที่เรียกว่าสกอร์เพลงอยู่ญี่ปุ่นนะ เป็นคนไทยเรียนอยู่ที่ญี่ปุ่นเนี่ยแหละ ชื่อก้อง เป็นคนไทยนิสัยดีมาก เค้าเก่งมากๆ แล้วเค้าก็ทำงานกับ GDH อยู่ อย่างซีรี่ย์เค้าก็ทำซาวน์ให้ เป็นฟรีแลนซ์ ทำงานที่ไทยไปด้วยแล้วก็เรียนเกี่ยวกับซาวน์ที่ญี่ปุ่น เค้าเก่งหลายอย่าง เรื่องกล้องเค้าก็เก่ง เราก็เลยได้ร่วมงานกันบ้าง แต่หลักๆ เค้าทำงานเกี่ยวกับเพลงให้กับละครของ GDH

ตัวอย่างผลงานอื่นๆ ของ REALCRO

ตอนนี้คุณปอนอยู่ญี่ปุ่นได้กี่ปีแล้วคะ?

คุณปอน :
7 ปีแล้ว

ทำไมถึงคิดที่จะมาทำงานที่ญี่ปุ่นเหรอคะ?

คุณปอน :
เรื่องจะมาเปิดบริษัทที่ญี่ปุ่นก็ส่วนนึงนะ จริงๆ ตอนนั้นภรรยาผมเป็นคนญี่ปุ่นเค้าท้องแล้วจะมาคลอดที่ญี่ปุ่น แล้วเราก็ลางานมาสามเดือนอยู่ญี่ปุ่น พอมาอยู่แล้วเราก็รู้สึกดีอยากอยู่ต่อ แล้วลูกค้าที่เราทำงานอยู่ด้วยที่ไทยเค้าก็บอกว่าโตเกียว 2020 จะมีโอลิมปิก มันจะต้องมีโปรดักขายเยอะมากเลยที่ญี่ปุ่น อันนี้คือวางแผนไว้เมื่อ 7 ปีที่แล้วนะ ก็คุยกันว่าชัวร์แน่ๆ ต้องมาแน่ๆ (หัวเราะ) พี่ชายก็เลยเห็นด้วย พอดีกับที่เราจะไปญี่ปุ่นอยู่แล้วก็เลยตัดสินใจมาเปิดบริษัทสาขาญี่ปุ่นอย่างที่บอกไป เราก็เลยตกลงด้วยองค์ประกอบหลายๆ อย่าง

แล้วตอนที่มาญี่ปุ่นเราได้ภาษาญี่ปุ่นไหมคะ?

คุณปอน :
เราเรียนตั้งแต่ที่ไทยแบบตัวต่อตัวเลย ด้วยอาชีพเราพอจบโปรเจ็กต์มันก็จะมีช่วงว่างสองสามอาทิตย์ เราก็ไปเรียนเลย

แล้วเวลาคุยกับภรรยาใช้ภาษาอะไรคะ?

คุณปอน :
ภาษาไทยเลย ภรรยาได้ภาษาไทย ซึ่งเราก็เจอกับภรรยาที่ไทยนี่แหละ จริงๆ เราไม่ได้มีแพลนจะมาอยู่ที่ญี่ปุ่นเลยนะ ก็แต่งงานแล้วก็ซื้อบ้านที่ไทยแล้วด้วย พอตัดสินใจว่าจะอยู่ที่ญี่ปุ่นเราก็ต้องบินกลับไทยมาขายบ้าน ยังไม่ทันอยู่เลยสร้างกำลังจะเสร็จแล้วก็ขายเลย (หัวเราะ)

จากตอนแรกที่ภรรยาแค่ตั้งใจจะมาคลอดที่ญี่ปุ่นแล้วกลับ กลายเป็นมาปักหลักอยู่ญี่ปุ่นถาวรเลย?

คุณปอน :
ใช่ๆ (หัวเราะ)

แล้วพอเราตัดสินใจว่าจะมาอยู่ญี่ปุ่น ก่อนมาอยู่กับได้มาอยู่จริงๆ แล้ว ความรู้สึกต่างกันไหมคะ?

คุณปอน :
ต่างกันเยอะมากกกกกกก

ก่อนมาญี่ปุ่น เราคิดไว้ว่ายังไงบ้างคะ?

คุณปอน :
เรารู้สึกว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ไฮเทคนะ เทคโนโลยีสูง สะอาด เรียบร้อย ระเบียบจัด ค่าครองชีพสูง นี่คือที่เราคิดเกี่ยวกับญี่ปุ่นก่อนมา

แล้วพอได้มาอยู่จริง เป็นยังไงบ้างคะ?

คุณปอน :
พอมาถึงเรารู้สึกเลยว่าเราคิดผิดมาก ไม่ใช่เทคโนโลยีสูง บ้านเราไปไกลกว่าเยอะ เพราะว่าทุกวันนี้เค้ายังใช้แฟกซ์กันอยู่เลย (หัวเราะ) มันบ้ามากเลย แต่ความสะอาดกับความเป็นระเบียบนี่ถูกต้อง ซึ่งความระเบียบนี่เราก็ไม่คิดว่าจะระเบียบขนาดนี้ มากจนมีผลกระทบกับชีวิตเราเหมือนกัน (หัวเราะ) แล้วความจุกจิกที่เราไม่เข้าใจหลายๆ อย่าง อย่างเช่นการติดต่อประสานงาน ซึ่งเราเป็นบริษัทแล้วส่วนมากเราก็จะติดต่อประสานงานกับทางรัฐหรือธนาคาร ธนาคารนี่ตัวดีเลย ยุ่งยากมาก แล้วก็ระบบทุกอย่างอ้อมหมดเลย ไม่มีทางลัด มันจะเป็น 1 2 3 ตามคู่มือทุกอย่างเลย ความเร็วเทคโนโลยีอะไรไม่มีเลย เรางงเลย มันไม่ใช่อ่ะ หรืออย่างเราทำ case study ให้เค้าดูนะ ญี่ปุ่นจะแบบทึ่งกับเราแทน
อย่างภาษาญี่ปุ่นนะ มันจะมีคันจิ คาตาคานะ ฮิรากานะ อะไรแบบนี้ใช่ไหม ก็เหมือนคนญี่ปุ่นเลย โคตรเยอะ ดูคันจิสิ่ยุ่งยากขนาดไหน ก็เหมือนคนญี่ปุ่นแหละ อ่านไม่ออกจริงๆ อันนี้หมายถึง อ่านเค้าไม่ออกจริงๆ อย่างเค้าบอกว่าอร่อย เราก็แบบจริงๆ เหรอ อร่อยจริงเหรอ มันจะมีทูเฟสเยอะมาก แบบชอบจริงเหรอ แบบว่าดูไม่ออกเลย

แล้วอะไรที่เรารู้สึกว่าเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นบ้างคะ?

คุณปอน :
สิ่งที่เป็นอุปสรรคมากที่สุดคือ ค่านิยมของเค้า การทำธุรกิจกว่าเราจะได้คนญี่ปุ่นเป็นลูกค้าคือยากมาก ด้วยระบบธุรกิจของญี่ปุ่นเค้าจะเป็นพาทเนอร์กัน แล้วจะเป็นพาทเนอร์กันแบบยั่งยืนที่สุดเลย จนกว่าเค้าจะมีปัญหากันหรือว่ามันอะไรที่เหนือกว่าหรือดีกว่า ที่สำคัญที่สุดคือภาษา ด้วยระบบของญี่ปุ่นเป็นสิ่งที่ยากมาก การเช่าบ้านเอยอะไรเอย ทุกอย่างลำบากมาก ซึ่งเราเห็นบริษัทแลนด์เฮ้าส์ซิ่ง ก็คิดว่าเดี๋ยวนี้โชคดีนะมีบริการแบบนี้อยู่ ซึ่งถ้าเราเมื่อ 7 ปีที่แล้วเจอบริษัทอสังหาริมทรัพย์แบบนี้คุยง่ายเลย อย่างตอนนี้เราก็อยากซื้อบ้าน เราก็มีปัญหาเรื่องของการสื่อสารกับคนขาย ภรรยาเราพูดเองตลอดเลย ซึ่งเราอยากคุยเอง เราเป็นหัวหน้าครอบครัวเราก็อยากคุยเองไง

สุดท้ายนี้อยากให้คุณปอนฝากถึงน้องๆ ที่อยากจะมาเรียนหรือทำงานที่ญี่ปุ่นหน่อยค่ะ

คุณปอน :
สำหรับเรานะเราว่าเด็กยุคนี้สบายอย่างนึงคือมีเครื่องทุ่นแรงเยอะ ที่จะคอยซัพพอร์ตน้องๆ อยู่แล้วในการออกไปนอกประเทศ เรื่องโฮมซิกก็ไม่น่ามีอยู่แล้วมันติดต่อกันได้ตลอด เราคิดว่าน้องๆ ที่อยากจะมาญี่ปุ่น เราว่าต้องหาตัวเองให้เจอก่อน จุดประสงค์คืออะไร จะมาทำอะไรแล้วมาเลยครับ แล้วก็เตรียมพร้อม อะไรที่จะเจอก็คิดว่ามันคือการผจญภัย นั่นคือประสบการณ์ อย่างพี่เนี่ยพี่ไม่มีช่วงเวลานั้น เรียนมหาลัยจบจริงๆ อยากไปเรียนต่อต่างประเทศเพื่อไปหาประสบการณ์ แต่เราไม่มีจังหวะนั้น เราต้องทำงานเลย เพราะตอนมหาลัยเราทำงานอยู่ด้วยและมันต่อเนื่องไง ก็เลยทำงานยาวเลยจนมีครอบครัว แต่งงานแล้วพอจะก้าวออกไปอยากใช้ชีวิตในต่างประเทศก็ใช้การตัดสินใจเยอะมากเพราะเราก็อายุเยอะแล้ว มีครอบครัวแล้ว การเปลี่ยนอาชีพมันค่อนข้างจะยากมาก อย่างน้องๆ ถ้ามีโอกาสให้ก้าวออกมาเลยครับ ก้าวออกมาจากบ้าน ออกมาจากอ้อมอกพ่อแม่มาหาประสบการณ์ใหม่ แล้วก็อย่างเดียวที่อยากให้เตรียมเลยคือเตรียมคิดอย่างสนุกสนานที่จะเจออะไรใหม่ๆ ในญี่ปุ่น ถ้าน้องๆ มาก็ขอให้โชคดีแล้วอย่าลืมถามว่ามาทำไม มีเป้าหมายอะไร อยากทำอะไร อย่างถ้าเราแนะนำ น้องก้องเนี่ยเรื่องราวเค้าสนุกมาก เค้ามีแพชชัน เล่าสั้นๆ เลยคือเค้าเรียนวิศวะ วันนึงเค้าไปดูหนังแล้วชอบเพลง อยากทำเพลง เปลี่ยนเลย ออกจากวิศวะแล้วไปเรียนด้านฟิล์ม แล้วไปทำงานกับ GDH เกี่ยวกับการตัดต่อ แล้วได้ไปทำเพลงเป็นงานอดิเรก สุดท้ายก็ได้เป็นงานจริงๆ ขึ้นมา เค้าก็รู้สึกว่าต้องเรียนเพิ่ม เค้าก็เลยมีแพชชันว่า ชีวิตนึงอยากมีชื่อบนไตเติ้ลจบของหนังในฐานะคนทำเพลง แล้วฝันเค้าก็สำเร็จแล้ว เค้ามาเรียนญี่ปุ่นประมาณสองปีเกี่ยวกับดนตรี เค้ามาเรียนภาษาด้วยแล้วก็ดนตรีด้วย เซ้นส์เค้าดีมาก เราทำงานกับเค้าได้คุยกับเค้ารู้สึกได้เลยว่าเป็นคนที่เก่งมาก เคารพในความตั้งใจของเค้ามาก เค้ามีเป้าหมายเลยว่าอยากมีชื่อบนหนัง ซึ่งเค้าทำสำเร็จแล้วก็คือเรื่องฮาวทูทิ้งเนี่ยแหละ เค้าเป็นคนเดียวที่ทำเกี่ยวกับเพลงของหนังเรื่องนี้เลย แล้วชื่อเค้าก็มีชื่ออยู่บนนั้นแล้ว รอบปฐมทัศน์เค้าเชิญแม่เค้าไปดูด้วย เค้ามีจุดหมายที่ชัดเจน ก้องน่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีในการที่จะมาญี่ปุ่นเพราะอะไรครับ

เกี่ยวกับผู้ให้สัมภาษณ์

คุณ WATCHARA KHOKAPUN (ปอน)
ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท REALCRO
Official Website: https://www.realcro.com/
e-mail: contact@realcro.com
Instagram: @realcro_jp
Facebook: https://www.facebook.com/MarketingAgencyJapan/

 

บทสัมภาษณ์นากาโอกะเซนเซย์และภรรยา

関連記事

  1. ชวนทำความสะอาดแผ่นกรองเครื่องปรับอา…

  2. เส้นอุด้ง ราเมน และโซบะ ต่างกันอย่า…

  3. จัดบ้านแบบง่ายๆ ด้วย 5 ไอเท็มแนะนำร…

  4. บริการรับสินค้าผ่านทาง Family Mart …

  5. แนะนำร้านของหวานย่าน Shibuya/Haraju…

  6. ทำความสะอาดบ้านให้กริ๊บ!ด้วยเทคนิคจ…

  7. rental fee

    การจัดการค่าใช้จ่ายตอนไม่อยู่ญี่ปุ่…

  8. ช้อปออนไลน์เว็บญี่ปุ่นส่งท้ายปี ไม่…