การซื้ออสังหาริมทรัพย์
LandHousing ให้บริการสนับสนุนการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่นแบบครบวงจร ตั้งแต่การค้นหาทรัพย์สิน การทำสัญญา ไปจนถึงการบริหารจัดการหลังการซื้อ เหมาะสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ต่างประเทศหรือผู้ที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก โดยเน้นความเข้าใจง่ายและความมั่นใจในทุกขั้นตอน
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีเสน่ห์ทั้งในด้านวัฒนธรรม ความปลอดภัย ระบบโครงสร้างพื้นฐาน และคุณภาพชีวิตที่ดี จึงไม่น่าแปลกใจที่หลายคนสนใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเพื่ออยู่อาศัยเอง ลงทุนเพื่อปล่อยเช่า หรือแม้แต่เป็นบ้านพักตากอากาศสำหรับพักผ่อนช่วงวันหยุด LandHousing ขอพาคุณไปรู้จักภาพรวมของการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่น พร้อมเปรียบเทียบข้อดีในแต่ละวัตถุประสงค์
ชาวต่างชาติสามารถซื้ออสังหาฯ ในญี่ปุ่นได้หรือไม่?
คำตอบคือ “ได้” ญี่ปุ่นไม่จำกัดสิทธิในการถือครองอสังหาริมทรัพย์ตามสัญชาติ ผู้ซื้อไม่จำเป็นต้องมีวีซ่าญี่ปุ่นหรือถิ่นพำนักถาวร ก็สามารถซื้อบ้าน คอนโด หรือที่ดินได้อย่างถูกกฎหมาย แต่หากต้องการขอสินเชื่อจากธนาคารญี่ปุ่น อาจต้องมีถิ่นพำนักหรือรายได้ในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น
ซื้ออสังหาฯ เพื่อลงทุน
จุดเด่น
- ตลาดเช่ามีเสถียรภาพ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ เช่น โตเกียว โอซาก้า ฟุกุโอกะ
- มีอัตราค่าเช่าที่มั่นคง สม่ำเสมอ และการทำสัญญาเช่าอย่างเป็นระบบ ทำให้รักษาสภาพทรัพย์สินได้อย่างดี
- มูลค่าทรัพย์ในเขตเมืองหลักมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะยาว
รูปแบบการลงทุนที่นิยม
- ซื้อคอนโดหรืออะพาร์ตเมนต์เพื่อปล่อยเช่าสัญญาระยะยาว (โดยส่วนมากจะเป็นระยะเวลา 2 ปี)
- ซื้ออาคารทั้งหลังเพื่อปล่อยเช่าทั้งระยะยาวหรือระยะสั้น (บางเขตจำกัด Airbnb)
ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีคุณภาพชีวิตสูง ระบบขนส่งดี และมีความปลอดภัยระดับต้น ๆ ของโลก หลายครอบครัวจึงนิยมส่งบุตรหลานไปศึกษาต่อที่ญี่ปุ่น หรือหลายท่านเลือกที่จะย้ายถิ่นฐานไปทำงานที่ญี่ปุ่น การซื้อบ้านหรือคอนโดเพื่ออยู่อาศัยเองจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับการเช่า
ข้อดี
- ประหยัดค่าเช่าในระยะยาว
- มีสิทธิ์ปรับปรุงหรือตกแต่งห้องตามต้องการ
- สามารถเก็บไว้เป็นทรัพย์สินเพื่อกระจายความเสี่ยง
พื้นที่แนะนำ
- โตเกียวชานเมือง: เดินทางสะดวกแต่ราคาย่อมเยากว่าใจกลางเมือง
- จังหวัดรอบนอก เช่น ไซตามะ ชิบะ คานากาวะ: เงียบสงบ เหมาะกับครอบครัวแต่ยังสามารถเดินทางเข้าโตเกียวได้
ซื้อเป็นบ้านพักตากอากาศ
หากคุณหลงใหลในการดื่มด่ำกับบรรยากาศของประเทศญี่ปุ่น บ้านเดี่ยวเหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางเป็นกลุ่มใหญ่ เช่น ครอบครัว ซึ่งต้องการความเป็นส่วนตัวสูง พร้อมพื้นที่จอดรถส่วนตัวสำหรับความสะดวกสบายยิ่งขึ้น หรือจะเป็นแมนชั่นในโลเคชั่นที่ครอบครัวชื่นชอบก็เป็นอีกทางเลือกเช่นกัน
จุดเด่น
- ใช้พักผ่อนในช่วงวันหยุด ฤดูกาลท่องเที่ยว หรือใช้พักเวลาเดินทางมาทำงานที่ญี่ปุ่น
- มีพื้นที่กว้างและเหมาะสมกับการใช้งานส่วนบุคคล
รูปแบบการลงทุนที่นิยม
- แมนชั่นหรือคอนโด เหมาะสำหรับท่านที่ไม่อาจเดินทางไปพักผ่อนได้เป็นประจำและ ต้องการความปลอดภัยและอุ่นใจเมื่อไม่อยู่
- บ้านเดี่ยว เหมาะสำหรับท่านที่ต้องการพักเป็นจำนวนมากอย่างครอบครัวและต้องการความเป็นส่วนตัวสูง หรือต้องการพื้นที่จอดรถยนต์ส่วนตัว
ข้อควรรู้เกี่ยวกับเอกสารที่จำเป็น
【กรณีที่ผู้ซื้ออาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น】
- ทะเบียนบ้าน
- เอกสารยืนยันตราประทับ
- เอกสารยืนยันตัวตนผู้ซื้อ(พาสปอร์ต, บัตรลงทะเบียนชาวต่างชาติ)
【กรณีผู้ซื้อไม่ได้อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น】
- พาสปอร์ต
- หนังสือรับรองตัวตนและที่อยู่ ที่ออกโดยพนักงานทะเบียน (Notary)
การซื้ออสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่นสามารถตอบโจทย์ได้หลายวัตถุประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนเพื่อผลตอบแทนระยะยาว การมีที่อยู่อาศัยในประเทศที่มีคุณภาพชีวิตดี หรือการมีบ้านพักตากอากาศไว้หลีกหนีความวุ่นวาย หากคุณกำลังมองหาโอกาสซื้ออสังหาฯ ในญี่ปุ่น และมองหาผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยให้การซื้อเป็นไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และตรงใจที่สุด สามรถปรึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการซื้ออสังหาฯ ในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเพื่ออยู่เอง หรือลงทุน กับทีมงานมืออาชีพ LandHousing ของเรายินดีให้คำแนะนำทั้งภาษาไทยและญี่ปุ่น
7 ขั้นตอนสำคัญ สำหรับผู้ที่สนใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่น
1ติดต่อสอบถาม และศึกษาข้อมูลและกำหนดงบประมาณ
ก่อนเริ่มค้นหาทรัพย์ แนะนำให้กำหนดวัตถุประสงค์ในการซื้อ เช่น เพื่ออยู่อาศัยหรือลงทุน พร้อมตั้งเงื่อนไขในการค้นหาและงบประมาณรวมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในการซื้อ จากนั้นติดต่อ LandHousing ได้ทางช่องทางต่าง ๆ ทั้ง Official Line E-mail และ Facebook โดยเจ้าหน้าที่จะทำการสอบถามความต้องการเบื้องต้นและงบประมาณ
บริการของเราเป็นการค้นหาแบบ Made-to-order เจ้าหน้าที่ยินดีให้คำแนะนำและคำปรึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับการค้น หาอสังหาริมทรัพย์ตามความต้องการของท่าน ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณ ประเภท ทำเลที่ตั้ง และอื่นๆ
2เจ้าหน้าที่ส่งตัวอย่างห้องให้ชม
หลังจากเราทำการค้นหาแบบ Order-made ตามเงื่อนไขที่ท่านแจ้งมาข้างต้น ทางเราจะส่งเอกสารและ รายละเอียดภาษาไทยของตัวอย่างอสังหาฯ ผ่านช่องทางการติดต่อ และเอกสารจำลองการซื้อและการ ลงทุนเหมาะกับจุดประสงค์ของลูกค้า
3ไปชมสถานที่จริง / ชมสถานที่ออนไลน์
เมื่อท่านมีอสังหาริมทรัพย์ที่สนใจ เราสามารถจัดเวลา ประสานงานกับทางผู้ขาย พาชมสถานที่จริงเพื่อตรวจสอบสภาพอสังหาฯ สิ่งแวดล้อม การเดินทาง และรายละเอียดอื่น ๆ ที่อาจไม่แสดงในรูป
4ยื่นใบแจ้งความประสงค์ซื้อ
หลังจากท่านพิจารณาและได้อสังหาฯ ที่ต้องการซื้อแล้ว แนะนำให้ท่านแจ้งความประสงค์ซื้อโดยยื่น “ใบเสนอซื้อ” พร้อมราคาที่ต้องการ จากนั้นรอผู้ขายพิจารณา หากผู้ขายตอบรับ ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนทำสัญญา
เอกสารที่ใช้ในขั้นตอนนี้และการทำสัญญา
| กรณีที่ท่านอาศัยอยู่ที่ญี่ปุ่น |
|
| กรณีที่ท่านอาศัยอยู่ที่ญี่ปุ่น |
|
5ทำสัญญา
โดยทั่วไป การทำสัญญาจะถูกกำหนดวันหลังจากส่งใบแจ้งความประสงค์ในการซื้อแล้ว 7-10 วัน ในการทำสัญญาจะต้องจ่ายเงินส่วนหนึ่งเป็นค่าทำสัญญาให้กับผู้ขายอสังหาฯ โดย LandHousing สามารถให้บริการและคำแนะนำในการช่วยอำนวยความสะดวกในการโอนเงินค่าสัญญา
6เตรียมส่งมอบ
บริษัทตัวแทนผู้ซื้อและผู้ขายอสังหาฯ และทนายความจะช่วยตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลในการดำเนินธุรกรรมจากสำนักงานที่ดิน เช่น:
- โฉนดที่ดิน (登記簿謄本)
- ข้อจำกัดด้านกฎหมาย (เช่น ข้อกำหนดในเขตอาคารที่ตั้ง, ข้อห้ามในการปล่อยเช่า)
- ภาระผูกพัน เช่น การจำนองเดิม
7ชำระเงินและโอนกรรมสิทธิ์
หลังจากทำสัญญา 2-3 สัปดาห์ เมื่อเอกสารทุกอย่างเรียบร้อยจะมีการนัดชำระเงินงวดสุดท้ายและดำเนินการโอน กรรมสิทธิ์ จะนัดชำระยอดทั้งหมด รวมถึงจัดการเรื่องภาษีและธุรกรรมเกี่ยวกับการเปลี่ยนชื่อผู้ถือครองในวันส่งมอบ ผู้ขายจะมอบกุญแจอสังหาฯ ให้ผู้ซื้อ และจะมีการโอนกรรมสิทธิ์ให้ จากนั้นผู้ซื้อจะได้รับโฉนดในชื่อของตนเองหลังจาก วันโอนกรรมสิทธิ์แล้วประมาณ 1 เดือน
ในขั้นตอนนี้จะมี “司法書士” (ทนายด้านกฎหมายอสังหาฯ) เป็นผู้เข้าร่วมการส่งมอบและรับผิดชอบจดทะเบียนชื่อผู้ซื้อ ไร้กังวลแม้ไม่ได้อยู่ที่ญี่ปุ่นขณะนั้น
ค่าใช้จ่ายในการซื้ออสังหาริมทรัพย์
1. ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย
| รายการ | ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ |
|---|---|
| ค่าอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อ | ตามราคาของอสังหาริมทรัพย์นั้นๆ |
| ค่าธรรมเนียมนายหน้า | 3% ของราคาซื้อ + 60,000 เยน + VAT (10%) |
| ภาษีค่าธรรมเนียมจดทะเบียน | ขึ้นอยู่กับราคาประเมินจากหน่วยงานของเขตที่อสังหาริมทรัพย์ตั้งอยู่ |
| ค่าธรรมเนียมทนาย เพื่อทนายรับรองการโอนกรรมสิทธิ์และจดทะเบียน |
จำเป็นต้องขอใบเสนอราคาจากพนักงานทะเบียน (Notary) โดยประมาณ 50,000 – 150,000 เยน (โดยเฉลี่ย) |
| ค่าธรรมเนียมนายหน้า | โดยประมาณ 10,000 – 100,000 เยน ตามมูลค่าสัญญาซื้อขาย |
2. ค่าใช้จ่ายสำหรับคอนโด/อาคารชุด
| รายการ | ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ |
|---|---|
| ค่าส่วนกลางรายเดือน เป็นค่าดูแลพื้นที่ส่วนกลางอาคาร |
โดยทั่วไปอยู่ที่ 5,000 – 30,000 เยน/เดือน |
| กองทุนซ่อมแซมใหญ่ สำหรับบำรุงรักษาระยะยาว เช่น ลิฟต์, ท่อ, ภายนอก โดยในญี่ปุ่นแต่ละบริษัทที่ดูแลอาคารแต่ละที่ จะมีการวางแผนบำรุงอาคารล่วงหน้า และเงินกองนี้จะถูกบริหารโดย กรรมการอาคาร/บริษัทที่ดูแลอาคาร |
โดยทั่วไปอยู่ที่ 5,000 – 20,000 เยน/เดือน |
| ค่าสำรวจอาคาร/ประเมินคุณภาพ (ถ้ามี) | 50,000 – 100,000 เยน ไม่จำเป็นทุกกรณี แต่แนะนำหากเป็นอาคารเก่า |
3. ภาษีและค่าใช้จ่ายหลังการซื้อ
| รายการ | ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ |
|---|---|
| ภาษีอสังหาริมทรัพย์ จะมีการเรียกเก็บทุกปี โดยเมื่อทำธุรกรรมจะมีการคำนวนสัดส่วนที่ผู้ซื้อและผู้ขายต้องรับผิดชอบจากจำนวนภาษีรายปีที่ต้องชำระ/จำนวนวันที่ค้างชำระ |
1.4% ของราคาประเมิน |
| ภาษีเมือง / ภาษีเทศบาล เก็บในบางพื้นที่ เช่น โตเกียว, โยโกฮาม่า |
โดยทั่วไปอยู่ที่ 5,000 – 20,000 เยน/เดือน |
| ค่าประกันอัคคีภัยและภัยพิบัติ ขึ้นกับพื้นที่ ขนาดบ้าน และรายละเอียดแผนประกัน หากเป็นแผนครอบคลุมถึงกรณีเหตุแผ่นดินไหว ราคาอาจสูงกว่าแผนทั่วไป ค่าซ่อมแซม / รีโนเวท แล้วแต่สภาพ |
20,000 – 80,000 เยน / 5 ปี |
| ค่าซ่อมแซม / รีโนเวท | ขึ้นอยู่กับสภาพ |
หมายเหตุเพิ่มเติม
- ราคาทรัพย์และภาษีต่าง ๆ คำนวณจาก "ราคาประเมินของราชการ" ซึ่งมักต่ำกว่าราคาตลาด
- การซื้อที่ดินเปล่าจะไม่มีค่าส่วนกลางหรือค่าซ่อมแซม แต่จะมีค่าพัฒนาและภาษีที่ดินตามมา
- LandHousing สามารถช่วยอำนวยความสะดวกให้ทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่อยู่ในญี่ปุ่นหรือผู้ที่ไม่อยู่ในญี่ปุ่น
แนะนำบริการ
ต้องการหาที่พักในญี่ปุ่น ปรึกษาเราได้เลย!



