fbpx

ปลูกผักสวนครัวริมระเบียงแบบบ้านญี่ปุ่นกันเถอะ! 

ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองปัจจุบันทำให้หลายคนต้องใช้ชีวิตอยู่ในห้องพักที่มีพื้นที่ไม่กี่ตารางเมตร ความจริงแล้วในห้องขนาดไม่กว้างนี้ มีพื้นที่นึงที่หลายคนอาจมองข้ามไป นั่นก็คือส่วนพื้นที่ “ระเบียง” นั่นเอง หลาย ๆ คนอาจจะใช้พื้นที่นี้สำหรับตากเสื้อผ้าและไม่ค่อยมีโอกาสได้ออกไปยังระเบียงบ่อยนัก แต่แท้จริงแล้วเราสามารถประยุกต์ระเบียงให้เป็นประโยชน์ได้มากกว่าเดิมด้วยการเนรมิตพื้นที่ระเบียงให้เป็นสวนผักสวย 

การปลูกสวนผักริมระเบียง นอกจากจะได้ผักปลอดสารพิษไว้รับประทานเองแล้วยังช่วยให้ห้องดูร่มรื่น สดชื่นมากขึ้นอีกด้วยนะ แต่หลายคนอาจจะกังวลเพราะไม่เคยปลูกสวนริมระเบียงมาก่อน วันนี้เราจึงจะพาทุกคนไปดูเคล็ดลับและวิธีการปลูกสวนผักริมระเบียงแบบคนญี่ปุ่นที่มือใหม่ก็สามารถทำตามกันได้ง่าย ๆ ไปดูกันเลยค่ะ

อุปกรณ์สำหรับปลูกผัก

ก่อนเริ่มลงมือปลูก เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าอุปกรณ์จำเป็นสำหรับการปลูกผักที่ต้องเตรียมมีอะไรบ้าง?

  1. กระถางต้นไม้

กระถางที่วางขายทั่วไปมีอยู่หลายประเภท ทั้งชนิดที่เหมาะกับพืชที่รากเติบโตลงลึกหรือชนิดรากตื้นแต่แผ่กว้างออกในแนวนอน ดังนั้นจึงควรตัดสินใจว่าจะปลูกพืชชนิดใดก่อนจึงค่อยเลือกกระถางที่เหมาะสำหรับการเติบโตของพืชชนิดนั้น ขนาดที่แนะนำสำหรับการปลูกในระเบียงคือขนาดความกว้าง 25.5 เซนติเมตรและสูง 21.5 เซนติเมตร

นอกจากนี้การคำนึงด้านความสวยงามก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ กระถางที่นิยมอยู่ในญี่ปุ่นขณะนี้คือ กระถางแบบผ้า (不織布プランター) ดูแล้วญี่ปุ๊นญี่ปุ่นจริง ๆ เลยค่ะ

  1. ดินปลูก

“ดินดีมีชัยไปกว่าครึ่ง” เพราะดินเปรียบเสมือนบ้านของเหล่าพืชผักที่เราจะปลูกนั่นเอง ฉะนั้นการพิถีพิถันเลือกดินที่เหมาะกับชนิดพืชที่จะปลูกจึงมีความสำคัญมาก ดินที่ดีนั้นจะต้องเป็นดินที่อุดมด้วยจุลินทรีย์และสำหรับพืชที่ต้องการปริมาณน้ำมาก การเลือกดินที่อุ้มน้ำก็เป็นสิ่งที่สำคัญ

สำหรับมือใหม่ปลูกผักสวนครัว มาดูกันดีกว่าว่าคุณสมบัติข้อไหนบ้างที่ควรให้ความสำคัญในการเลือกซื้อดิน

  • คุณสมบัติถ่ายเทอากาศ
  • คุณสมบัติระบายน้ำ
  • สมดุลสารอาหารในดิน
  • ชื่อบริษัทผู้ผลิต/แหล่งดินที่นำมาผลิต
  1. ฝักบัวรดน้ำ

จริงอยู่ว่าประเภทฝักบัวที่ใช้อาจไม่ได้มีผลต่อการเติบโตของพืชผักมากนัก แต่เมื่อซื้อฝักบัวมาหลายคนก็คงอยากได้สิ่งที่ดีที่สุดและใช้ไปนาน ๆ ใช่ไหมล่ะคะ ฉะนั้นพอยท์ที่ควรใส่ใจเวลาซื้อฝักบัวก็คือ “ฝัก” ที่น้ำไหลออกมานั่นเองค่ะ การเลือกฝักที่ปล่อยปริมาณน้ำออกมาอย่างพอดีและสม่ำเสมอก็จะช่วยให้รดน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แถมไม่ทำลายหน้าดินและเมล็ดพืชที่เราโปรยไว้อีกด้วยค่ะ

  1. ช้อนปลูก/พลั่ว

ทุกคนสงสัยกันไหมว่าเครื่องมือที่รูปร่างหน้าตาคล้ายช้อนกับส้อมบนโต๊ะอาหารใช้ปลูกผักสวนครัวยังไงกัน?

ช้อนปลูก: ใช้สำหรับใช้ขุดหลุมปลูก พรวนดิน และย้ายต้นกล้า ช่วยป้องกันไม่ให้ต้นกล้าช้ำอีกด้วย

ส้อมพรวน: ใช้พรวนดินให้ร่วนซุย เตรียมพร้อมดินสำหรับการลงเมล็ดพืช

  1. กรรไกรตัดกิ่ง

กรรไกรตัดกิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการปลูกผักสวนครัว ดังนั้นจึงควรซื้อกรรไกรสำหรับทำสวนโดยเฉพาะที่ใช้ได้ทั้งการเก็บเกี่ยวพืชผล กำจัดวัชพืชและตัดกิ่ง ใบที่แห้งออกไป

นอกจากนี้ อีกจุดที่ควรระวังในการใช้กรรไกรตัดกิ่งคือ “ความสะอาด” เพราะรอยตัดก็เหมือนปากแผลของต้นไม้ หากใช้กรรไกรที่สกปรกก็อาจจะทำให้พืชป่วยได้ ฉะนั้นจึงควรใช้กรรไกรตัดกิ่งเฉพาะและหมั่นรักษาความสะอาดเสมอ

ประเภทพืชพันธุ์

ต่อมาเรามารู้จักกันก่อนว่าพืชชนิดไหนบ้างที่เหมาะกับการปลูกในสวนริมระเบียงได้กันดีกว่าค่ะ

  • ดอกไม้
  • ต้นไม้ขนาดเล็ก
  • สมุนไพร
  • ผัก

ผักขนาดไม่ใหญ่ที่คนญี่ปุ่นนิยมปลูกในระเบียงมีดังนี้

กระถางขนาดมาตรฐาน กระถางก้นลึก
ผักทานใบ ผักโขม, กวางตุ้งญี่ปุ่น (โคมัทสึนะ), โพเธิร์บ มัสตาร์ด (มิซูนา), สวิสชาร์ด, พาสเลย์, ผักสลัด  บล็อกโคลี, หัวหอม, ผักกาด, ผักกาดขาว, ผักกาดแก้ว
ผักทานหัว แรดิช, แคตนิพ, บีทรูท, แครอตจิ๋ว หัวไชเท้า, มันฝรั่ง, มันเทศ
ผักทานผล สตรอเบอรี่, ถั่วลันเตา, ถั่วแขก มะเขือเทศ, มะเขือเทศราชินี, มะเขือม่วง, แตงกวา, พริกหยวก, พริก, แตงโม, เมล่อน, ถั่วแระ, มะระ

 

สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับพืชพันธุ์มากนักอาจจะยังนึกภาพไม่ออก จึงขอแนะนำผักและสมุนไพรที่คนญี่ปุ่นนิยมปลูก 4 ชนิดที่โตง่ายและไม่ค่อยมีปัญหาแมลงมาคอยกวนใจ 

  1. Radish

แรดิช เป็นพืชกลุ่มกะหล่ำ ลักษณะกลมหรือรูปไข่ ผิวสีแดง เนื้อในสีขาว มีกลิ่นฉุนเล็กน้อย เป็นพืชที่ใช้ระยะเวลาโตไม่นาน แนะนำสำหรับคนที่ต้องการพืชที่ให้ผลเร็ว เก็บเกี่ยวในระยะสั้น สามารถรับประทานสดกับผักสลัดชนิดอื่นหรือต้มกับน้ำซุปก็จะได้รสชาติที่กลมกล่อม

 

 

 

 

 

 

  1. Swiss chard

สวิสชาร์ด หลายคนอาจไม่คุ้นเคยกับผักชนิดนี้ แต่ผักชนิดนี้มีประโยชน์มากจนได้รับการจัดอันดับให้เป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากที่สุดอันดับที่ 4 ของโลกโดย USDA National Nutrient Database เลยล่ะ แถมยังให้สีสันสดสวยช่วยให้สวนผักของเราดูสดใสขึ้นได้อีกด้วย

 

 

  1. Italian parsley

อิตาเลียนพาสเลย์ หรือผักชีสัญชาติฝรั่ง ไม่เพียงแต่ปลูกง่ายเหมาะสำหรับมือใหม่เท่านั้นแต่ยังปลูกได้ในระยะยาว ทำให้สามารถสนุกกับการเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตลอดทั้งปี นอกจากเป็นสมุนไพรที่โรยเพื่อเพิ่มความหอมอร่อยให้กับทุกเมนูอาหาร ยังสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นไก่ทอดพาสเลย์หรือหมูผัดกระเทียมพาสเลย์ก็น่าทานไม่น้อย

  1. Nasturtium

แนสเตอร์ชัม  ชื่อของพืชชนิดนี้มีความหมายว่า กลิ่นเตะจมูก เนื่องจากดอกของพืชชนิดนี้มีกลิ่นหอมอบอวลเตะจมูกหลายคนที่เดินผ่าน จุดเด่นที่อยากแนะนำให้ทุกคนปลูกพืชชนิดนี้เพราะนอกจากจะเป็นพืชดอกประดับระเบียงได้สวยงามแล้ว ทั้งดอก ใบและก้านของมันยังนำมาประกอบอาหารได้อีกด้วย! โดยนิยมทานเป็นผักสลัดหรือประดับจานอาหารเพื่อความสวยงาม ดอกจะมีรสเผ็ดและกลิ่นหอมคล้ายดอกวอเตอร์เครส

 

 

 

 

ขั้นตอนการปลูก

เมื่อซื้ออุปกรณ์และเมล็ดพืชที่ต้องการจะปลูกพร้อมแล้ว ก็ลงมือปลูกกันได้เลย! การปลูกผักลงกระถางมีขั้นตอนง่าย ๆ 6 ขั้นตอน ดังนี้

  1. รองก้นกระถางด้วยหินมวลเบาแล้วเทดินปลูกที่ผสมปุ๋ยแล้วตามลงไปให้สูงประมาณ 8 ส่วน 10ของกระถาง
  2. เกลี่ยหน้าดินให้เรียบเสมอกันแล้วกดลงไปเบา ๆ 

3.ใช้ฝักบัวรดน้ำรดน้ำลงไปในดินเพื่อเพิ่มความชื้น สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการแตกรากของพืช

4.หว่านเมล็ดพืชลงไปบนดิน โดยต้องคำนึงถึงลักษณะการเติบโตของพืชที่หว่านลงไปและวิธีการเก็บเกี่ยว

วิธีการหว่านเมล็ดมีทั้งหมด 3 วิธี ได้แก่
  • หว่านแบบกระจาย

เหมาะสำหรับเมล็ดพันธุ์ที่มีขนาดเล็กและเบา รวมไปถึงผักที่เก็บเกี่ยวโดยการดึงออกทั้งราก เช่น ผักร็อกเก็ต ผักโขม แครอตจิ๋ว

  • หว่านแบบตามร่อง

วิธีการหว่านเพียงแค่ใช้ตะเกียบขีดตามความยาวกระถาง ให้ความลึกประมาณ 1 เซนติเมตร หลังจากนั้นจึงหว่านเมล็ดกระจายลงไปในร่องไม่ให้เมล็ดซ้อนทับกัน เหมาะสำหรับผักชนิดรากและกรณีที่ต้องการใช้ปุ๋ยชนิดเมล็ดหว่านภายหลัง เช่น แครอต ผักโขม กวางตุ้งญี่ปุ่น (โคมัทสึนะ) โพเธิร์บ มัสตาร์ด (มิซูนา)

  • หว่านแบบเป็นหย่อม

ใช้ก้นกระป๋องหรือขวดกดลงไปเบา ๆ บนหน้าดินให้ได้หลุมความลึกประมาณ 1 เซนติเมตร จากนั้นจึงหว่านเมล็ดลงไปหลุมละประมาณ 3-4 เมล็ด เหมาะสำหรับพืชหัวที่มีรากหรือลำต้นใต้ดินและต้องการหว่านพืชหลายแห่ง เช่น หัวไชเท้า เทอร์นิพ แรดิช

  1. กลบดินลงบนเมล็ดพืชบาง ๆ พอไม่ให้เห็นเมล็ด
  2. ใช้ฝักบัวรดน้ำลงไปบนดินอีกครั้งให้เมล็ดฝังลงไปในดินมากขึ้น แต่ระวังอย่ารดนานเกินไปและอย่าใช้น้ำแรงในการรดเพราะจะทำให้เมล็ดที่หว่านลงไปลอยขึ้นมาและกระจัดกระจายไปทั่ว

การปลูกผักสวนครัวริมระเบียงไม่ยากอย่างที่คิดใช่ไหมคะ การจัดสวนระเบียงช่วยตอบโจทย์ใครหลาย ๆ คนที่อาศัยอยู่ในคอนโดแต่อยากมีสวนผักเป็นของตัวเอง นอกจากจะปลูกผักไว้ริมระเบียงแล้ว การวางโต๊ะ เก้าอี้เข้าไป เพื่อเนรมิตพื้นที่ระเบียงไว้พักผ่อนหย่อนใจยามว่าง เปลี่ยนบรรยากาศจากห้องอุดอู้ ออกมาอ่านหนังสือ จิบกาแฟยามเช้าก็เป็นไอเดียที่ดีไม่น้อย ขอให้ทุกคนสนุกกับการปลูกผักสวนครัวริมระเบียงนะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

https://lovegreen.net/homegarden/p195473/

https://www.yanmar.com/jp/agri/agrilife/kitchen_garden/veranda/start/

関連記事

  1. ข้อมูลที่ต้องเตรียม และวิธีกรอกใบยก…

  2. เมืองที่คนญี่ปุ่นใฝ่ฝันอยากอยู่ VS …

  3. 3 สิ่งต้องห้ามเมื่อขี่จักรยานที่ญี่…

  4. สถานที่เที่ยวยอดฮิตแถว Meguro

  5. โหลดเลย!! แอปพลิเคชั่นแนะนำสำหรับผู…

  6. 【ประสบการณ์】กลับมาที่ญี่ปุ่นอีกครั้…

  7. apartment room1

    5 สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องที่ญี่ปุ่…

  8. rental fee

    การจัดการค่าใช้จ่ายตอนไม่อยู่ญี่ปุ่…