fbpx

เตรียมตัววางแผนเรียนต่อญี่ปุ่น

ถึงแม้ช่วงนี้จะอยู่ในช่วงวิกฤติโควิด-19 ทำให้หลายท่านที่มีแพลนการไปเรียนต่อต่างๆ จะต้องเลื่อนแผนการเดินทางออกไปก็ตาม ช่วงนี้จึงถือเป็นโอกาสในการมองหา พิจารณา และเลือกคอร์สเรียนต่างประเทศอย่างญี่ปุ่น คอร์สเรียนที่ญี่ปุ่นจะมีแบบใดบ้าง ควรเลือกคอร์สเรียนอย่างไร วันนี้เรามีข้อแนะนำมาให้ดูกัน

study in japan

ทำความเข้าใจว่า จุดประสงค์ในการเรียนคืออะไร? 

  • เพื่อศึกษาวัฒนธรรม 
  • เพื่อพัฒนาภาษาญี่ปุ่นทักษะ ฟัง พูด อ่าน เขียน ➡ สอบ JLPT (日本語能力試験) 
  • เพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยญี่ปุ่น ➡ สอบ EJU (日本留学試験) เพื่อนำไปยื่น 
  • เพื่อเรียนต่อปริญญาโท/วิทยาลัยเฉพาะทาง ➡ เตรียมร่างแผนการทำวิจัยเพื่อนำไปยื่น 
  • เพื่อนำไปใช้ในการทำงาน ➡ มองหาความถนัดเฉพาะด้าน

การเลือกคอร์สเรียน 

ระยะสั้น

คอร์สเรียนภาษาญี่ปุ่นระยะสั้นจะมีตั้งแต่ 1 สัปดาห์-3 เดือน โดยปกติแล้วจะต้องใช้วีซ่าระยะสั้นในการเข้าประเทศญี่ปุ่น ค่าใช้จ่ายและคอร์สเรียนอาจต่างกันไปตามจุดประสงค์ของผู้เรียน สำหรับคอร์สระยะสั้นแบบนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเน้นทักษะในการพูดและฟังขั้นพื้นฐาน และเน้นการสื่อสารเบื้องต้นในชีวิตจริง เช่น การทักทาย การพูดคุยกับเพื่อนง่ายๆ การไปซื้อของ เป็นต้น รวมทั้งคอร์สเรียนขั้นพื้นฐานในหลายโรงเรียนยังเน้นไปที่กิจกรรมนอกการเรียน ที่เน้นในนักเรียนได้สัมผัสความเป็นญี่ปุ่นในระหว่างที่อยู่ด้วย 

ข้อดีของการเริ่มเรียนคอร์สระยะสั้นก็คือ ผู้เรียนสามารถทดลองเรียนและพิจารณาว่าตนเองชอบการเรียนการสอนสไตล์ที่นั่นหรือไม่ ถ้าหากชอบก็ยังสามารถต่อคอร์สไปเป็นระยะปีโดยยื่นขอต่อวีซ่าได้ไม่มีปัญหา 

เหมาะสำหรับคนที่มีจุดประสงค์แบบไหน

➡เพื่อศึกษาวัฒนธรรม 

➡เพื่อพัฒนาภาษาญี่ปุ่นทักษะ ฟัง พูด อ่าน เขียน 

ระยะยาว

คอร์สเรียนระยะยาว หรือคอร์สที่มีระยะเวลา 1-2 ปี โดยจะต้องใช้วีซ่าระยะยาวในการอาศัยซึ่งปกติแล้วทางโรงเรียนจะยื่นเรื่องทำวีซ่าครั้งแรก 1 ปี 3 เดือนให้กับผู้เรียน คอร์สเรียนระยะยาวจะช่วยเสริมสร้างพื้นฐานภาษาญี่ปุ่นให้แข็งแรงและสามารถนำไปต่อยอดได้ในอนาคต เช่น บางท่านอาจจะเปลี่ยนเป้าหมายจากที่พอจะสื่อสารได้ ไปเป็นการสอบวัดระดับภาษา ซึ่งส่งผลดีต่อการนำไปใช้ในการทำงาน เป็นต้น 

ข้อดีของระยะยาวนั้น แน่นอนว่าด้วยระยะเวลาที่ยาวกว่าทำให้ผู้เรียนมีเวลาที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับญี่ปุ่นได้ในหลายๆ ด้านมากกว่า รวมทั้งสามารถซึมซับภาษาญี่ปุ่นในชีวิตประจำวันได้มากยิ่งขึ้น  ดังนั้นนอกจากการพัฒนาระดับภาษาแล้ว การไปเรียนรู้ในญี่ปุ่นอาจช่วยให้ค้นหาแนวทางในอนาคตได้ด้วย เช่น การทำงานโดยใช้ภาษาญี่ปุ่น การเรียนต่อปริญญาโทในสาขาที่สนใจมากขึ้น เป็นต้น 

เหมาะสำหรับคนที่มีจุดประสงค์แบบไหน

➡เพื่อพัฒนาภาษาญี่ปุ่นทักษะ ฟัง พูด อ่าน เขียน (มุ่งเน้นไปที่ JLPT N3-N1)

   เรียนตามระดับที่สอบประเมินก่อนเรียนได้ และได้พัฒนาตามโปรแกรมการเรียนของโรงเรียนนั้นๆ 

➡เพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยญี่ปุ่น 

   เลือกคอร์สที่มีการสอนทั้งภาษาญี่ปุ่นและการสอบอื่นๆเพิ่มเติม เช่น คอร์ส EJU เพื่อสอบและนำคะแนนไปยื่นกับมหาวิทยาลัย 

เพื่อเรียนต่อปริญญาโท/วิทยาลัยเฉพาะทาง 

   เลือกสาขา/ความถนัดเฉพาะทางที่สนใจ พร้อมทั้งในโรงเรียนสอนภาษาหลายโรงเรียนจะมีคอร์สเตรียมตัวเรียนต่อป.โท ซึ่งจะดูแลไปถึงการช่วยนักเรียนเขียน Study plan ที่จะยื่นทำวิจัยตอนสอบเข้าป.โท ของมหาวิทยาลัยนั้นๆ 

เพื่อนำไปใช้ในการทำงาน

   พัฒนาทักษะภาษาญี่ปุ่นที่ใช้ในการทำงานที่เกี่ยวข้องกับภาษาญี่ปุ่น เช่น รูปยกย่อง-ถ่อมตัว (敬語) ไปจนถึงมารยาทในทางธุรกิจญี่ปุ่น เป็นต้น 

ประเภทคลาสเรียน 

  1. ห้องเรียนรวม

จำนวนนักเรียนต่อคลาสขึ้นกับระดับภาษารวมทั้งนโยบายของแต่ละโรงเรียนที่จะจำกัดจำนวนเด็ก โดยทั่วไปมักจะอยู่ที่ 15-30 คน ต่อ 1 คลาส

2. กลุ่ม

สำหรับคนที่ต้องเรียนพิเศษและใกล้ชิดกับผู้สอนมากขึ้น บางโรงเรียนอาจมีการเปิดสอนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3-5 คน 

3. ส่วนตัว

สำหรับคนใดที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง/ความเข้มข้นในการสอนมาก ก็สามารถเลือกเรียนตัวต่อตัวได้ แต่ราคาจะสูงกว่าประเภทคลาสเรียนอื่นๆ 

*ทั้งนี้เนื้อหาของแต่ละคอร์สและโรงเรียนอาจต่างกันออกไป

 

関連記事

  1. 3 พิกัดอีเว้นท์หน้าหนาวในโตเกียว

  2. แชร์ประสบการณ์แชร์เฮ้าส์โตเกียว

  3. ไปรษณีย์ญี่ปุ่น ส่งของทางเรือก่อนกล…

  4. โหลดเลย!! แอปพลิเคชั่นแนะนำสำหรับผู…

  5. 7 สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อทิ้งขยะที่ญี่…

  6. ไอเทมสุดฮิตสำหรับหน้าฝน 2021

  7. 【ประสบการณ์】กลับมาที่ญี่ปุ่นอีกครั้…

  8. ไปหาหมอที่ญี่ปุ่น ยุ่งยากอย่างที่คิ…